เรียนเพื่อสอบ หรือเรียนเพื่อสุข

รียนเพื่อ "สอบ" หรือเรียนเพื่อ "สุข"

ตั้งแต่เริ่มสอนเปียโนมา จนจะเข้าปีที่ 13 ส้มเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงที่มากขึ้นเรื่อยๆสำหรับมุมมองการเรียนเปียโนที่พ่อแม่คาดหวังให้กับลูกๆ
สมัยก่อน การเรียนเปียโนก็คือ "งานอดิเรก"

สมัยนี้ การเรียนเปียโนคือ "เรียนพิเศษ"

คำว่า "งานอดิเรก" มันคือความเต็มใจ เป็นสิ่งที่เราเลือกที่จะทำเอง อาจจะไม่ได้คาดหวังผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมทันที แต่สิ่งที่ได้แน่นอนคือ "ความสุข"

คำว่า "เรียนพิเศษ" มันคืออะไรที่เป็นวิชาการ หลายครั้งก็ถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ต้องทำ คาดหวังผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม วัดผลได้ทางการศึกษา จากการ "สอบ" แต่คนเรียนก็อาจไม่มีความสุข

ซึ่งแนวโน้มของผู้ปกครองที่มองว่าเรียนเพื่อ "สอบ" นั้นสูงขึ้นเรื่อยๆ เช่นเดียวกับจำนวนนักเรียนที่ลาออกหรือเลิกเรียนกลางคันก็สูงขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน

เด็กบางคนมีความสุขกับการเรียนอยู่ดีๆพอได้ยินคำว่า "สอบ" เข้าไปถึงกับผงะ โวยวาย ไม่อยากเรียนต่อ
บางคนโดนบังคับให้สอบ เพราะถ้าเรียนแล้วไม่สอบ พ่อกับแม่จะไม่ให้เรียน

ความสุขหายไปทันที ความ "เครียด" มาแทนที่

ทำไมเราถึงนิยมให้สอบกันมากขึ้น?

เพราะวัตถุประสงค์ของการเรียน กลายเป็นเรียนเพื่อหวังใหเป็นอาชีพแทนที่จะเรียนเพื่อผ่อนคลาย
พ่อแม่หลายคนอยากให้เด็กสอบเกรดทุกปี เพื่อที่ลูกจะได้มีใบเกรดติดตัว เอาไว้เป็นอาชีพเสริมในอนาคต

ซึ่งก็ไม่ผิดที่มีความคาดหวังแบบนั้น แต่ก็ใช่ว่าตัวนักเรียนเองก็ต้องการเช่นนั้นเหมือนกัน

จากการถามนักเรียนว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร ไม่ใช่ทุกคนที่จะตอบว่าอยากทำงานด้านดนตรี หรืออยากเรียนต่อด้านดนตรี เพราะทุกคนก็มีเป้าหมายอื่นในใจอยู่แล้ว

เช่น อยากเป็นนักบอล อยากเป็นหมอ อยากเป็นวิศวะ ฯลฯ

แต่นักเรียนก็ไม่ได้ปฏิเสธดนตรี เพราะดนตรีช่วยทำให้เค้าผ่อนคลาย สนุก เพียงแต่ถ้าให้เลือกระหว่างสอบเพื่ออนาคตใช้เป็นแต้มต่อแข่งขันกับคนอื่นในการสมัครงาน กับเรียนเรื่อยๆเล่นเพลงที่ชอบ โดยเพิ่มความยากของเพลงบ้าง เพื่อให้เล่นได้เพราะขึ้น

นักเรียนเลือกอย่างหลังมากกว่า เพราะเขาไม่ได้อยาก "แข่ง" แต่อยาก "มีความสุข"

แต่ก็น่าเศร้าที่เวลาว่างของเด็กเหล่านี้ ต้องถูกแบ่งมาให้กับการสอบเปียโนที่ต้องใช้เวลาเตรียมตัวเป็นปีๆในแต่ละครั้ง ซึ่งพวกเขาไม่ต้องการ แทนที่จะเอาไปสนับสนุนสิ่งที่เขาชอบและพร้อมที่จะทุ่มเท
ตรงกันข้าม สำหรับเด็กที่ต้องการเล่นเปียโนให้เชี่ยวชาญ หรืออยากเป็นนักดนตรี หลงไหลในเสียงดนตรี ไม่ต้องโน้มน้าวให้สอบ ก็สมัครใจที่จะสอบเอง เพราะการสอบมันเป็นการท้าทายความสามารถของเขา

"การสอบคือ ความสุขของเขา"

นอกจากนี้เรามักชอบพูดกันว่า
"การสอบ ช่วยทำให้มีเป้าหมายในการเรียน"
"ถ้าไม่สอบ จะเรียนไปทำไม"

จริงแล้วๆ ต้องสอบอย่างเดียวเท่านั้นหรือ??

นักเรียนหลายคนไม่เคยสอบ แต่ทุ่มเทให้กับการซ้อมยิ่งกว่าการเตรียมสอบหลายเท่า ด้วยเป้าหมายคือ "อยากเล่นเพลงที่ชอบได้" "อยากเล่นให้คนที่รักฟัง" "อยากเก่ง"

นักดนตรีอาชีพหลายคนมีจุดเริ่มต้นคือ เล่นเป็น "งานอดิเรก" บางคนเรียนกับครู บางคนเรียนด้วยตัวเอง แน่นอน ว่าไม่เคยสอบ แต่ด้วยใจรักและมีความสุขในงานอดิเรก จึงทุ่มเทให้กับการซ้อมจนงานอดิเรก กลายเป็น "งานประจำ"

นอกจากนี้ การที่นักเรียนได้การบ้านไป แล้วมาเล่นให้ครูฟังครั้งสัปดาห์หน้า ก็เป็นการ "สอบย่อย" ไปในตัวอยู่แล้ว นักเรียนจะได้รับการวัดผลทุกสัปดาห์ ดังนั้นก็ไม่ต้องห่วงว่า ถ้าไม่สอบเกรด จะวัดผลไม่ได้

จริงอยู่ว่าการสอบก็มีข้อดี เป็นอีกด้านหนึ่งของการเรียนดนตรี ที่ทำให้การเรียนท้าทายขึ้น แต่จะดีกว่ามั้ย ที่เราจะมองดนตรีเป็นกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลาย และสร้างความสุขให้เรา

ซึ่งเชื่อเถอะค่ะ ว่าผลลัพธ์ที่มันเกิดจากการทำด้วยความสุข ความเต็มใจ มันจะมีคุณค่า คงทนถาวรมากกว่ากระดาษแค่ 1 แผ่นกับคราบน้ำตาที่ติดมาด้วย

LEISURE PIANO STUDIO
Piano for Relaxation & Brain Development

Comments